ชีวิตอันทรงคุณค่าน่าจดจำของอาจารย์ผู้ก่อตั้งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
และผู้บุกเบิกวางรากฐานการสื่อสารมวลชนให้กับประเทศไทย
ศาสตราจารย์บำรุงสุข สีหอำไพ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2475
ที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เป็นบุตรคนที่ 7 ของหลวงนิคมพรรณาเขตต์
(เขียน สีหอำไพ) กับนางนิคมพรรณนาเขตต์ (ฉิม สีหอำไพ)
ชื่อของท่านตั้งขึ้นตามความตั้งใจของตระกูล ที่หมายมุ่ง ”บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”
ให้กับผู้คน

เมื่อศึกษาอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาจารย์เป็นเหมือนเดือนในหมู่ดาว ทำหน้าที่นิสิตชายซึ่งมีอยู่ไม่กี่คนอย่างเต็มความสามารถ เป็นนักกีฬา แข่งกีฬาทุกประเภท จัดสถานที่ ซ้อมเชียร์
ทำงานกิจกรรมสังคม เป็นผู้แทนนิสิตตั้งแต่ปีที่ 1 ถึง ปีที่ 4 อาจารย์เป็นผู้มี
มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ ช่างพูดช่างคุย ช่วยเหลือทุกคน

ด้วยใจรักอยากเป็นครูผู้ให้ ทันทีที่ได้เป็นอักษรศาสตรบัณฑิตแล้ว
อาจารย์บำรุงสุขได้ศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์ ความที่เป็นนักกิจกรรมและ
ชอบช่วยเหลือคน ท่านสามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีครุศาสตร์ได้ชัดเจนกว่าใคร
เพราะเข้าใจวิถีชนบท เข้าใจปัญหาอีสานอย่างดี
ท่านยังเป็นนักเขียน ที่ใช้นามปากกาว่า “จุลจุฬา”

ท่านมีความสุขกับงานสอนที่คณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้รับทุนไปศึกษาต่อที่
Indiana University ด้านโสตทัศนศึกษา เมื่อกลับมาท่านได้พบรัก
และสมรสกับ รองศาสตราจารย์ประภาศรี (สุดบรรทัด) มีธิดา 2 คนคือ
คุณศุภศรี และคุณปรียทัต

ตลอดชีวิต  อาจารย์ทุ่มเทให้กับการก่อตั้งคณะและสร้างบัณฑิตนิเทศศาสตร์
ที่มีคุณภาพและจริยธรรม ก็ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่เล็งเห็นว่าวิชาชีพ
และวิชาการสื่อสารมวลชนคือเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ
และช่วยบำรุงสุขให้กับผู้คนในยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

ปฐมเหตุ
นิเทศศาสตร์

เริ่มต้นจากการมองการณ์ไกลล่วงหน้าเกินครึ่งศตวรรษของอาจารย์บำรุงสุข

ปี 2508 ในวันที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักคำว่า ”สื่อสารมวลชน”
อ.บำรุงสุข สีหอำไพ  อ.ปรมะ สตะเวทิน อ.เพ็ญศรี  วราราษฎร์
ศาสตราจารย์เกษม อุทยานิน และ อ.วีรพงษ์ รามางกูร ได้มองไกลไปถึงอนาคตของ
ประเทศที่มีการสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญดุจสายใยที่เชื่อมโยงความเจริญในทุก ๆ ด้าน
ทั้ง 5 ท่าน จึงทุ่มสุดกำลังเพื่อผลักดันให้เปิดการเรียนภาคสมทบ ที่เรียนตั้งแต่ 4โมงเย็น
ถึง 2 ทุ่ม โดยใช้ชื่อสุดเก๋ว่า แผนกอิสระสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์
มีนิสิต 78 คนในปีแรก อายุผู้เรียนมีตั้งแต่ 18 ถึง 56 ปี อาศัยชั้นล่างตึก 2
คณะรัฐศาสตร์เป็นทั้งห้องเรียน ห้องประชุม ห้องทำงานอาจารย์ ฯลฯ ทุกคนทำงานหนัก
ทำทุกอย่างตั้งแต่ งานวิชาการ งานสอน งานบริหารจนถึงงานภารโรง

หลังจากเรียนแบบเร่ร่อนอยู่ 4 ปี แผนกอิสระฯ ก็มีตึกของตนเอง… ตึกเรียนที่มีเบื้อง
หลังการต่อสู้อย่างยากลำบากของอาจารย์บำรุงสุขและผู้บุกเบิกทั้งหลาย ตึกเรียนที่
ผลิงอกงดงามขึ้นบนผืนดินที่เคยเป็นสลัม

ยังเหลือการต่อสู้สุดท้ายให้อาจารย์ต้องทุ่มสุดกำลังนั่นคือการผลักดันให้ได้เป็นอีก
คณะหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การต่อสู้ที่ทำให้อาจารย์ล้มป่วยถึงกับเข้า
โรงพยาบาลหลายครั้ง กว่าจะได้เป็น ”คณะ” ในปี 2517 ต่อด้วยคำว่า ”นิเทศศาสตร์”
นามอันเป็นมงคลที่ได้รับประทานจากพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์

นี่คือการต่อสู้ ทุ่มเทและมุ่งมั่น อันเป็นตำนานที่ควรแก่การรับรู้และจดจำ…
กว่าจะเป็นคณะที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นของประเทศ คณะที่ได้สร้างคนมีคุณภาพ
และคุณธรรมสู่สังคมมากมาย ตามแนวทางที่อาจารย์บำรุงสุขได้วางไว้ จนกล้ายืนยัน
ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ลูกศิษย์ของผมดีทุกคน”

บำรุงสุข
ฉบับการ์ตูน

coming soon...

พบกันเร็ว ๆ นี้

พบกันเร็ว ๆ นี้

พบกันเร็ว ๆ นี้

พบกันเร็ว ๆ นี้

©Copyright-มูลนิธินิเทศศาสตร์ ศาสตราจารย์บำรุงสุข สีหอำไพ